คำคมจาก 5 หนังรักโรแมนติก

“หนังรัก” ช่วยเติมเต็มให้หัวใจเรามีความสุขเบิกบาน เพราะความรักช่วยบันดาลโลกให้สดใส แต่ก็ยังมีหนังอีกหลายๆเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความรักที่ไม่ได้สวยงามหมดจดชนิดที่จะเรียกว่าเป็นหนังรักได้ แต่ก็ให้ข้อคิดต่างๆมากมาย จนเรียกได้ว่าถ้าคุณพลาดหนังรักพวกนี้ไป คุณอาจนอนตายตาไม่หลับเลยทีเดียว ว่าแต่มีเรื่องไหนน่าดูบ้างนะ เราจะขอพาคุณไปรู้จักหนังรัก 5 เรื่องสุดฟินจิกหมอนตามไปพร้อมๆกัน

The Longest Ride – ระยะทางพิสูจน์รัก

เรื่องย่อ : ‘ลุค’ (Scott Eastwood) แชมป์เปี้ยนนักขี่วัว ได้ออกเดทกับ ‘โซเฟีย’ (Britt Robertson) นักเรียนศิลปะ ขณะที่ทั้งคู่ทำความรู้จักกันก็ต้องพบว่าต่างคนต่างกำลังต้องแยกทาง เขาต้องการแข่งขี่วัวเพื่อเป็นสุดยอดแชมป์ ส่วนเธอต้องไปฝึกงานไกลต่างเมืองเพื่อโอกาสการงานที่ดี ความห่างไกลทำให้ทั้งคู่ยอมรับว่าคงไม่อาจคบกันได้ จนกระทั่งทั้งสองได้ช่วยชีวิต ‘ไอร่า’ ชายแก่คนหนึ่งจากอุบัติเหตุ ทำให้ได้อ่านจดหมายบอกเล่าความรักของไอร่ากับภรรยาซึ่งจะช่วยให้ลุคและโซเฟียทบทวนความสัมพันธ์ของตัวเองอีกครั้ง

รีวิว : ในหนังเรื่องนี้มีการใช้คู่รักในอดีตเป็นเครื่องเตือนใจให้หนุ่มสาวยุคปัจจุบันได้ทบทวนความต้องการของตัวเอง ลุคเองก็อยากเป็นแชมป์เปี้ยน อยากเป็นสุดยอดนักขี่วัว ส่วนโซเฟียก็ได้ข้อเสนองานที่ดีไกลถึงนิวยอร์ค ทั้งสองคนต่างก็มีความฝันของตัวเอง ไม่ต่างจาก ‘รูธ’ ภรรยาของไอร่าที่ฝันอยากมีลูกแต่สามีกลับเป็นหมันจากสงคราม ที่สุดแล้วรูธก็ต้องยอมรับว่าเธอรักสามีมากจนยอมทิ้งความต้องการที่จะมีลูก ซึ่งการเสียสละดังกล่าวได้กลายมาเป็นข้อคิดให้ลุคและโซเฟียเริ่มต้นทบทวนว่าอยากเดินตามฝันส่วนตัวหรือจะมีคนใดคนหนึ่งเสียสละความฝันของตัวเอง
การที่หนังตั้งคำถามที่ตอบยากๆเช่นนี้ทำให้คาดหวังกับตอนจบมากทีเดียวว่าจะหาทางออกอย่างไร แต่บทสรุปที่หนังตอบกลับมากลับคลี่คลายง่ายดายเกินไป
ให้คะแนน : 8/10

About Time – ย้อนเวลาให้เธอ(ปิ๊ง)รัก

เรื่องย่อ : เล่าเรื่องราวของ ชายหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งนามว่า ทิม (Domhnall Gleeson) ที่ได้ทราบความจริงจากพ่อของเขา (Bill Nighy) ว่าลูกผู้ชายในตระกูลนี้สามารถที่จะย้อนอดีตได้ นั่นทำให้ชีวิตของทิมเปลี่ยนไป เขาใช้ความสามารถของเขาในการสานสัมพันธ์กับแมรี่ (Rachel McAdams) หญิงสาวที่เขาหลงรัก และกับเรื่องอื่นๆ เพื่อให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้นเรื่อยๆ

รีวิว :  เป็นหนังที่ทำให้หัวใจพองโตแล้วยิ้มแก้มปริได้ทั้งเรื่องจริงๆสำหรับ “About time” ความวิเศษของหนังเรื่องนี้คือ ในความเหนือจริงของเรื่องราวแต่กลับแฝงข้อเท็จจริงเอาไว้ เป็นหนังที่เล่าเรื่องราวความรักในหลากหลายแง่มุม ทั้งความรักแบบหนุ่มสาว ความรักระหว่างพ่อลูก ความรักระหว่างพี่น้อง ความรักระหว่างเพื่อนฝูง มีความละเมียดละไมในการเล่าเรื่องที่ค่อยๆให้เรารู้สึกผูกพันกับตัวละคร โดยเฉพาะกับทิมที่ถือเป็นตัวแทนในการเล่าเรื่องราวทั้งหมด ทำให้รู้สึกสนุกและอยากเอาใจช่วยตัวละครนี้ให้บทสรุปในชีวิตเขาเป็นไปในทิศทางที่สมหวัง โดยส่วนตัวชอบเรื่องนี้มากที่สุด Soundtrack เพราะมากฟังเสียงเพลงแล้วดูหนังตามพูดเลยว่าฟินแบบสุดๆ ใครที่ยังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้เชียร์ให้ไปดูจริงๆ แล้วคุณจะมองความรักเป็นเรื่องที่สดใสกระชุ่มกระชวยหัวใจมีความสุขมากเลยทีเดียว
ให้คะแนน : 10/10

(500) days of summer ซัมเมอร์ของฉัน 500 วันไม่ลืมเธอ

เรื่องย่อ : (500) Days of Summer พูดถึงการพบกันของชายหนุ่มและหญิงสาว “ทอม” (Joseph Gordon-Levitt) เชื่ออย่างฝังใจเลยว่าชีวิตเขาจะไม่มีความสุข ทุกอย่างล้วนไร้ซึ่งความหมายจนกว่าจะพบ “เธอ” คนนั้น พระเอกของเราหาเลี้ยงชีพด้วยการเขียนการ์ดอวยพร วลีหวานๆบนบัตรอวยพรล้วนแล้วมาจากมันสมองและสองมือของชายหนุ่มอมทุกข์ที่ยังไม่เคยตกหลุมรักคนนี้ และแล้ววันหนึ่ง “โชคชะตา” ก็นำ “ซัมเมอร์” (Zooey Deschanel) มาแนะนำให้เขารู้จักในฐานะเพื่อนร่วมงานคนใหม่ แต่ทอมรู้จักเธอในฐานะ “รักแรกพบ”

รีวิว : (500)Days of Summer เป็นหนังที่รวบรวมความจริงที่คนอกหักทุกคนต้องเคยรู้สึก เพราะในหนังว่าด้วยการที่พระเอกซึ่งเป็นนักเขียนการ์ด ชื่อ ทอม ได้พบกับพนักงานใหม่ ชื่อ ซัมเมอร์ ซึ่งทอมตกหลุมรักเธอและคิดว่าซัมเมอร์คือคนที่ใช่ของเขา เมื่อเวลาผ่านไปทั้งคู่ได้สานสัมพันธ์กันอย่างดี พวกเขาชอบเพลงเดียวกัน มีอะไรที่คล้ายๆกัน แต่อยู่ดีๆซัมเมอร์ก็มาบอกทอมว่าเขาไม่ใช่ “คนที่ใช่” สำหรับเธอ เรื่องนี้จึงเป็นหนังที่เหมาะสำหรับคนอกหักอย่างแท้จริง ดูแล้วจะเข้าใจคนรัก เข้าใจตนเอง เข้าใจคนรอบข้างมากขึ้น และจุดจบที่สะเทือนใจกับความจริงที่เจ็บปวดและที่สำคัญที่สุดคือทำให้เรากล้าลุกขึ้นมาใช้ชีวิตโดยมองหาสิ่งใหม่ๆได้อีกครั้ง
ให้คะแนน :  9/10

Love, Rosie : เพื่อนรักกั๊กเป็นแฟน

เรื่องย่อ : หนังเป็นเรื่องราวของ โรซี่ ดันน์ (Lily Collins) กับเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่ออย่าง อเล็กซ์ สจ็วต (Sam Claflin) ที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก และใฝ่ฝันว่าจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยแห่งเดียวกันในอเมริกา แต่หลังจากปาร์ตี้แบบสุดเหวี่ยงในคืนหนึ่ง โรซี่กลับพบว่าตัวเองพลาดตั้งท้องโดยไม่ได้ตั้งใจ จึงตัดสินใจที่จะปล่อยให้อเล็กซ์ก้าวไปสู่สังคมใหม่โดยปราศจากเธอ เวลาผ่านไป 12 ปี เพื่อนรักทั้งสองกำลังจะโคจรกลับมาพบกันอีกครั้ง เพื่อค้นหาคำตอบว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น คือบททดสอบของโชคชะตา และพวกเขาคือคนที่เกิดมาเพื่อคู่กันจริงๆหรือไม่

รีวิว : หนังรัก feel good คุณภาพอีกเรื่องหนึ่งที่หลายคนไม่ควรพลาด เป็นหนังที่ให้กำลังใจผู้ชมเกี่ยวกับเรื่องราวความรักว่าความรักมักเกิดอะไรที่ไม่คาดคิดได้เสมอ แต่ถ้าหากความรักมันเกิดขึ้นมาแล้ว หากคุณคิดว่าความรักครั้งนี้มันใช่ คุณควรคว้ามันเอาไว้และมีความสุขกับมันให้มาก เพราะถ้าหากคุณปฏิเสธหรือลังเลไม่ยอมบอกและเดินหนีทิ้งมันไป บางทีคุณอาจจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิตก็ได้
ให้คะแนน : 7/10

Me before you : ฉันก่อนเจอเธอ

เรื่องย่อ : เรื่องราวของหญิงสาวธรรมดาที่มีรอยยิ้ม อารมณ์ขัน และความสดใส “ลูอิซา คลาร์ก” (Emilia Clarke) ซึ่งทำงานเป็นผู้ดูแลชายอัมพาตตั้งแต่คอลงไป และต้องอยู่บนรถเข็นตลอดชีวิต อย่าง “วิล เทรย์เนอร์” (Sam Claflin) ที่เป็นถึงมหาเศรษฐี ทั้งสองได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันเกี่ยวกับชีวิต ในขณะที่ความสัมพันธ์กำลังเดินหน้า และชีวิตของเธอก็ไม่เหมือนเดิมตลอดไป

รีวิว : Me Before You เป็นหนังรักดราม่าที่เรียกรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะเล็กๆ ได้ตลอดทั้งเรื่อง รวมถึงเรียกน้ำตาได้มากทีเดียว ถ้าหากใครที่กำลังมองหาหนังรักที่ดูแล้วไม่ผิดหวัง แต่อาจจะไม่พีคที่สุด หนังเรื่อง Me Before You ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน เพราะแค่เข้าไปดูฉากสวยๆ ฟังเพลงเพราะๆ ดูแฟชั่นชุดของนางเอก และพระเอกสุดหล่อเท่านี้ก็คุ้มแล้วจริงๆ
ให้คะแนน : 8/10


Share this...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *